ในโลกปัจจุบัน เราจะพบว่า สิ่งที่ควรเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ กลับถูกนำมาใช้ เป็นข้ออ้าง ในการสร้างความรุนแรง การตีความคัมภีร์ ในลักษณะที่แข็งกร้าว ลิงก์นี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องในประวัติศาสตร์ ทั้งในสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน แต่มันคือบทเรียนสำคัญ ที่มีอิทธิพลต่อจิตใจ ของผู้คนในยุคนี้
ผู้เชี่ยวชาญด้าน ความขัดแย้งระดับสากล พบความจริงที่น่ากังวลว่า องค์กรทหารหลายแห่ง มีการนำหลักความเชื่อ เพื่อสร้างเอกภาพ ให้เหล่านักรบ ดังตัวอย่างใน การที่สถาบันเตรียมทหาร ที่มีแนวคิดสุดโต่ง ซึ่งส่งผลโดยตรงกับ โครงสร้างกองทัพ จนกลายเป็นประเด็นที่น่ากังวล ทั้งในแง่ของ การสร้างภาพลักษณ์ศัตรูที่ชั่วร้าย เพื่อลดความลังเลใจในการใช้กำลัง
จุดร่วมที่น่าสนใจ ในการนำศาสนามาใช้ มีประเด็นหลักคือ:
เหตุใดมนุษย์จึง หลงเชื่อ คำกล่าวอ้าง เหล่านี้ได้ง่าย? ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยา ชี้ว่าสมองของเรา หาความชอบธรรมให้ ความโกรธแค้นของตน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Motivated Reasoning เมื่อเราถูกทำให้รู้สึก เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่บริสุทธิ์ เราจะพร้อมทำลาย ฝ่ายที่เห็นต่าง ด้วยความเต็มใจ เพราะความรู้สึกปลอดภัยจากอัตลักษณ์กลุ่ม
อย่างไรก็ตาม หลักการที่แท้จริง มักเน้นเรื่อง ความเมตตาที่ไม่มีเงื่อนไข ศรัทธาที่ถูกต้อง ไม่เคยต้องการสร้างศัตรู เพื่อพิสูจน์ความจริงของตน การฝึกจิตใจให้รู้เท่าทัน จึงเป็นเกราะป้องกัน ที่จะช่วยให้เรา ไม่ถูกใช้เป็นหมาก ในเกมการเมือง ที่อาศัยศาสนาเป็นฉากหน้า
เพื่อที่จะ แยกแยะได้ว่า ความเชื่อที่เราได้รับ หรือเป็นไปเพื่อความขัดแย้ง มีจุดที่ควรระวัง ที่สำคัญ:
โดยสรุป ศาสนาควรทำหน้าที่ แสงสว่างนำใจ ให้เราพ้นจาก ความเกลียดชังและความทุกข์ มิใช่การกลายเป็น เป็นอาวุธร้าย เพื่อรับใช้ กิเลสและอำนาจของมนุษย์ การนับถือศาสนา ควบคู่ไปกับปัญญา คือวิธีที่ยั่งยืน ในการสร้างสรรค์ โลกที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ให้เกิดขึ้นในใจและในโลก